16 พ.ค.

4 แผนการตลาดสำหรับตลาดออนไลน์

4 แผนการตลาดสำหรับตลาดออนไลน์

4 แผนการตลาดสำหรับตลาดออนไลน์

4 แผนการตลาดสำหรับตลาดออนไลน์

หลายคนเริ่มธุรกิจด้วยความรู้สึกอยากรวยเร็ว เราหวังให้การลงทุนของเราผลิดอกออกผลเป็นกำไรตั้งแต่วินาทีที่เราเริ่มเปิดร้าน แต่นั่นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นความเพ้อฝัน เพราะเมื่อคุณเริ่มเปิดร้าน เป็นไปได้ว่าคุณจะไม่มีลูกค้าเลยในอาทิตย์แรกๆ ไม่นับเพื่อน ญาติ และคนรู้จัก อาจมีลูกค้าหลายคนมาให้ความสนใจสินค้าของคุณแต่ก็จากไป คุณจะเริ่มสงสัยว่าคุณทำอะไรผิด บางครั้งอาจถึงขั้นอยากลดราคาแล้วขายทุกอย่างเพื่อให้คืนทุน อย่าทำแบบนั้น คุณต้องมั่นใจและหมั่นตรวจสอบแผนการตลาดของคุณว่าได้ผลตามคาดหรือไม่ และหัดปรับเปลี่ยน ทำอะไรใหม่ๆ เพื่อเรียกลูกค้า และอย่าท้อแท้ และถ้าหากแผนการตลาดดีหรือแย่ ก็จะเป็นตัวกำหนดชะตาของร้านคุณ เพราะถึงคุณจะมีสินค้าคุณภาพดีราคาถูก แต่ถ้าไม่มีใครรู้จักร้านของคุณก็ไม่มีประโยชน์ คุณจึงควรวางแผนให้ดีว่าจะโปรโมตร้านค้าหรือสินค้าของคุณอย่างไร จะดึงดูดลูกค้าอย่างไร และจะทำให้อย่างไรให้ร้านคุณที่เพิ่งเปิดใหม่เอาชนะร้านอื่นๆ ที่เปิดมาก่อนหน้าคุณได้ การวางแผนการตลาดอาจเริ่มจากขั้นตอนต่อไปนี้
1. จัดสรรเวลาอย่างเหมาะสม
ถ้าคุณเตรียมตัวจะยึดการขายของออนไลน์เป็นอาชีพก็แล้วไป แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ยังต้องทำงานประจำ คุณควรวางแผนบริหารเวลาให้ดี เพราะบางที “ความอยากได้” ของลูกค้าก็มีระยะเวลาจำกัด การที่คุณไม่สามารถโต้ตอบลูกค้าได้ทันเวลา อาจหมายถึงการเสียลูกค้าไป ซึ่งคุณอาจจะใช้บริการตอบกลับอัตโนมัติของแอปแชทต่างๆก็ได้ เพื่อลดระยะเวลาการตอบกลับที่ล่าช้า ที่จะทำให้คุณเสียลูกค้าไปอย่างน่าเสียดาย
2. โปรโมทร้านค้า
ในการโปรโมทสินค้านั้นจำเป็นต้องมีการกำหนดระยะเวลาและเป้าหมายในการโปรโมทสินค้าอย่างชัดเจน เพราะหากไม่มีการกำหนดระยะเวลาและเป้าหมาย ก็จะไม่สามารถได้รับผลลัพธ์ที่แน่ชัดและความชัดเจนของผลลัพธ์ในการโปรโมทสินค้าได้ การวางเป้าหมายทั้งระยะสั้น ระยะยาว ก็จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์ถึงผลลัพธ์ และความคุ้มค่ากับเงินลงทุนในการโปรโมทสินค้าได้

3. ควบคุมงประมาณ
ก่อนเริ่มการขาย ต้องคำนวณงบประมาณค่าใช้จ่ายในการซื้อต้นทุนและค่าใช้จ่ายอ่นๆ เช่น ค่าเช่าเว็ปไซต์ ค่าโฆษณา ค่ากล่องบรรจุภัณฑ์ ค่าส่งของ ฉะนั้นก่อนที่จะตั้งราคาขาย ควรคิดถึงเรื่อกำไรมากน้อยก็ได้ แต่อย่าทำการค้าให้ขาดทุนเชียวล่ะ อีกทั้งในเรื่องของการชำระเงินควรเป็นเรื่องง่ายสำหรับลูกค้า คุณควรเปิดบัญชีสำหรับร้านของคุณกับธนาคารที่คนส่วนใหญ่ใช้บริการ

4. ควรพัฒนาร้านอยู่เสมอ
นอกจากจะคอยอัพเดทสินค้าที่มีในร้านแล้ว ยังต้องคอยดูกระแสตลาด และเทรนด์โลกด้วย เพื่อจะได้ทันการซื้อขายที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว การที่จะยืนอยู่บนอันดับต้นๆของร้านคู่แข่งมากมายนับไม่ถ้วนเป็นเรื่องยาก แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าหากร้านคุณมีการพัฒนาและตอบลูกค้าอย่างต่อเนื่องแล้วล่ะก็ ลูกค้าหน้าใหม่ก็จะดูจากระยะเวลาเปิดร้าน และรีวิวจากลูกค้าเก่าๆเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะซื้อสินค้าร้านของคุณดีไหม

เรารู้ว่าการจะเริ่มต้นทำอะไรบางครั้งก็เป็นเรื่องน่ากลัว แต่ขอให้คุณผู้อ่านมีความกล้าสักนิด ถ้าไม่ลองก็คงไม่มีวันได้รู้สำหรับเนื้อหาในบทความนี้เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะช่วยคุณพ่อค้าแม่ค้าในอนาคตจะนำไปปรับใช้เพื่อเตรียมตัวเปิดร้านออนไลน์ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะรวยอย่างไม่รู้ตัวก็เป็นได้

08 พ.ค.

5 วิธีออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม

หากเราต้องการที่จะทำแบบบรรจุภัณฑ์ ให้มีความโดดเด่นและมีรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร การออกแบบจะต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกมีความอยากที่จะซื้อสินค้าของเรา

การออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์

การที่เราทำบรรจุภัณฑ์ที่ดีหรือมีการออกแบบที่ดีนั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้ลูกค้านั้นมีความสนใจที่อยากจะซื้อสินค้าของเรานั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นการที่เราออกแบบได้ตามความต้องการของเรานั้นก็จะทำให้สินค้าของเรามีความแตกต่างจากที่อื่นนั่นเอง

5 วิธีออกแบบกล่องให้สวยงาม

1. ลักษณะการใช้งานและรูปแบบ

ในการออกแบบนั้นในข้อนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเลยนะครับ แน่นอนเป็นข้อที่เราไม่ควรที่จะมองข้ามโดยเด็ดขาย เพราะมันเป็นพื้นฐานที่มีความสำคัญสำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดี โดยการออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้นจำเป็นอย่างมากเลยนะครับที่เราจะต้องออกแบบให้ตรงกับความต้องการและลักษณะการใช้งาน ซึ่งแน่นอนจะต้องมีการออกแบบที่ทำให้เกิดความปลอดภัยสูง ในการที่เราใช้สินค้าและเป็นการป้องกันการเสียหายที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้การแสดงรายละเอียดหรือสรรพคุณของสินค้าก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มันมีความจำเป็ฯอย่างมากเลยนะครับ เพราะการที่เราแสดงข้อมูลต่างๆ ของสินค้าของเราได้อย่างชัดเจนนั้นก็จะเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดที่จะทำให้ลูกค้านั้นสามารถที่จะได้นำข้อมูลตรงนี้ไปประกอบการตัดสินใจได้นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นถ้าหากเราไม่มีการบ่งบอกที่มาที่ไปของสินค้าก็จะทำให้ผู้บริโภคหรือผู้ซื้อสินค้าของเรานั้นไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจน ทำให้เกิดการชั่งใจว่าจริงๆ แล้วสินค้าของเราดีจริงๆ หรือเปล่าทำให้เราศูนย์เสียลูกค้าไปอย่างน่าเสียดายอีกด้วย เอาเป็นว่าข้อมูลและลักษณะการใช้งานของสินค้านั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มันมีความสำคัญต่อการออกแบบมากนั่นเอง

2. ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในกล่องบรรจุภัณฑ์

นอกจากการออกแบบกล่องที่ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายแล้วนั้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงามและมีความดูดีนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะถ้าเราออกแบบไม่ดี ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ที่จะใส่ลงไปในชิ้นงานนั้นก็จะทำให้สินค้าของเราดูไม่น่าเชื่อถือ แถมยังทำให้คุณภาพของการใช้งาน และคุณภาพของสินค้าของเราดูแย่ลงไปอีกด้วย

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและมีความสวยงามโดยการที่เรานำไอเดียต่างๆ ใส่เข้าไปนั้นก็จะทำให้ผู้บริโภคสนใจที่อยากจะซื้อสินค้าของเราเพราะทุกวันนี้ตามผลงานวิจัยและการสำรวจต่างๆ การที่เรามีบรรจุภัณฑ์ที่มีความสวยงามและรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร แถมยังมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะสามารทำออกมาได้เป็นอย่างดีนั้นแตกต่างจากสินค้าชนิดอื่นแน่นอนผู้ที่ซื้อสินค้าหรือผู้บริโภคนั้นก็จะพิจารณาเลือกสินค้าของเราก่อนนั่นเอง ยสืือย่างไรก็ตามนั้นถ้าสินค้าของเรามีแพคเกจที่ดี แถมสินค้าข้างในนั้นก็ยังดีด้วยก็จะทำให้การตัดสินใจของลูกค้านั้นมีมากยิ่งขึ้นด้วยนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรก็ตามแต่ถ้าหากเรามีการนำไอเดียวความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ใส่เข้าไปนั้นแน่นอนก็จะทำให้สินค้าของเราสามารถที่จะขายได้อย่างแน่นอนนั่นเอง

3. แนวทางที่ชัดเจนและรอบคอบ

การที่เราใส่ไอเดียสร้างสรรค์เยอะจนเกินไปนั้น บางทีก็อาจจะทำให้สินค้าของเราไม่มีความโดดเด่นเลยก็ว่าได้ ในบางครั้งมันอาจจะทำให้สินค้าของเราไม่สามารถที่จะน่าจดจำได้ดีนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นการออกแบบที่มีความซับซ้อนมากจนเกินไปก็อาจจะทำให้ลูกค้านั้นไม่สามารถที่จะคิดได้เลยว่าจริงๆ แล้วสินค้าที่อยู่ข้างในนั้นมันคืออะไรกันแน่

โดยถึงแม้ว่าแพคเกจของเราก็สวย แต่ถ้าทำให้รู้ค้าไม่สามารถทราบถึงที่มาที่ไปได้นั้นก็อาจจะทำให้สินค้าชนิดนี้ไม่สามารถที่จะตอบรับจากลูกค้าได้ดีนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นในการออกแบบแต่ละครั้งนั้นเราก็ควรที่จะมีแนวทางหรือคอนเซ็ปท์ในการออกแบบที่ชัดเจนจะต้องมีที่มีที่ไปนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นในการออกแบบก็ควรที่จะมีความรอบคอบให้เป็นอย่างมาก

ต้องมีการตรวนเช็คชิ้นงานทุกครั้งก่อนที่จะส่งให้ทางโรงพิมพ์จัดการ การจัดวางต่างๆ หรือองค์ประกอบต่างๆ นั้นก็ควรที่จะมีการวางหรือการจัดคอนเท้นท์ให้สามารถดูดี และเข้าใจง่ายด้วยนะครับ ซึ่งจะต้องมีการบ่งบอกสรรคุณต่างๆ อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งถ้าหากเราสามารถที่จะทำได้นั้นรับรองเลยก็จำทำให้สินค้าของเรามีบรรจุภัณฑ์ที่สวยและดูดีได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามนั้นในการออกแบบนั้นก็ควรที่จะต้องตรวจเช็คให้ละเอียดเพื่อที่จะลดความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นนั่นเอง

4. ต้องออกแบบสำหรับเว็บไซต์ด้วย

หลายๆ คนก็คงสงสัยอยู่ใช่ไหมละครับว่าการออกแบบสำหรับเว็บไซต์นั้นคืออะไร ซึ่งการออกแบบบนเว็บไซต์นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งการออกแบบที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะมันสามารถที่จะช่วยให้บรรจุภัณฑ์ของเรานั้นสามารถที่จะเป็นที่รู้จักในท้องตลาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันสามารถเป็นการทำการตลาดได้อีกช่องทางทำให้สามารถที่จะหาลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าของเราได้นั่นเอง ซึ่งมันดีมากเลยนะครับเพราะมันสามารถที่จะตอบโจทย์ต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามนั้นการออกแบบสำหรับเว็บไซต์นั้นก็ควรที่จะออกแบบให้มีความสำคัญให้เท่ากับทุกอย่างที่เราออกแบบมา เพราะในเว็บไซต์นั้นมันก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการจำหน่าย ซึ่งมันทำให้ลูกค้านั้นสามารถที่จะสอบถามและแสดงความคิดเห็นได้นั่นเอง โดยเราก็อาจจะนำเอาคำติชมต่างๆ นั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสินค้าตัวอื่นออกไป อย่างไรก็ตามนั้น ไม่ว่าจะออกแบบให้กับอะไรก็ตามแต่ก็ควรที่จะเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อที่จะได้บรรจุภัณฑ์ตามที่เราต้องการนั่นเอง

5. ขอคำแนะนำต่างๆ

เราสามารถที่จะไปขอคำแนะนำต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญได้ เพราะการออกแบบแต่ละครั้งนั้นถ้าหากเรามีงบประมาณที่จำกัด หรือธุรกิจของเราไม่มีผู้เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบนั้นก็สามารถที่จะปรึกษาได้นั่นเอง

โดยวิธีการที่ดีที่สุดน้นก็คือการขอคำแนะนำจากนักออกแบบมืออาชีพ หรืออาจจะศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมในช่องทางต่างๆ ได้อีกด้วย ซึ่งนักมืออาชีพในการออกแบบนั้นก็สามารถที่จะช่วยให้เรานั้นพัฒนาแบรนด์สินค้าของเราได้นั่นเอง

คุณอาจสนใจ >> ทคนิคการพิมพ์เพิ่มมูลค่ากล่องบรรจุภัณฑ์

08 พ.ค.

5 เทคนิคการพิมพ์เพิ่มมูลค่าของชิ้นงาน

5 เทคนิคการพิมพ์เพิ่มมูลค่าของชิ้นงาน
ทุกวันนี้นั้นเทคโนโลยีการพิมพ์ต่างๆ ในบ้านเราก็ได้มีการพัฒนาไปเป็นอย่างมากเลยนะครับ ทำให้บรรจุภัณฑ์ต่างๆ หรืองานสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ นั้นก็สามารถที่จะออกมาตอบโจทย์ต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะได้งานพิมพ์หรือบรรจุภัณฑ์ที่ออกมาสวยงามที่มีความโดดเด่นต่างๆ นั้นมันก็จำเป็นมากที่จะต้องมีเทคนิคที่ดีในการออกแบบนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นเทคนิคในการพิมพ์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์หรือชิ้นงานของเรามีความดูดี โดดเด่น มีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก นอกไปจากนี้นั้นก็ยังสามารถที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าของเราให้มีราคาได้เป็นอย่างดี โดยในทุกวันนี้นั้นเทคนิคต่างๆ ที่ได้นำมาใช้กับงานพิมพ์ของเรานั้นจะมีอะไรบ้างนั้น ซึ่งเราก็ได้คัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดมานำเสนอเพื่อที่จะได้นำข้อมูลดีๆ นั้นลองไปทำตามกันนั่นเอง โดยถ้าหากเรามีเทคนิคที่ดีในการออกแบบนั้นก็ย่อมจะทำให้ผลงานต่างๆ ของเรานั้นสามารถที่จะมีคุณค่าเป็นอย่างมากนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นการที่เราสร้างสรรค์ผลงานของเราออกมาได้ดีเป็นอย่างมากนั้นนอกจากจะทำให้ชิ้นงานดูมีคุณค่ามากเป็นอย่างแล้วนั้นก็ยังจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หรือถ้าหากเป็นงานพิมพ์ที่เกี่ยวกับการโฆษณาหรือสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ นั้นแน่นอนถ้าเราเลือกเทคนิคในการออกแบบมาดีก็จะทำให้ชิ้นงานของเราดูดีและน่าเลือกซื้อนั่นเอง
ในทุกวันนี้นั้นอย่างที่บอกไปนะครับว่าเทคโนโลยีต่างๆ ในบ้านเราก็ได้มีการพัฒนาไปเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งก็ทำให้ลูกค้าหรือธุรกิจต่างๆ นั้นที่ต้องการจะออกแบบและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือชิ้นงานต่างๆ นั้นก็จะต้องมีเทคนิคในการเพิ่มมูลค่าของงานพิมพ์ดังต่อไปนี้

1. เทคนิคสปอต ยูวี และ เคลือบด้าน เป็นเทคนิคการพิมพ์ที่ในตอนนี้นั้นก็ถือเป็นเทคโนโลยีที่ได้

รับความนิยมกันเป็นอย่างมากเลยนะครับในปัจจุบันนี้ โดยที่เราเห็นสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่มักจะเคลือบด้านนั้นก็คงจะเป็นพวกนามบัตรต่างๆ ที่ต้องการให้บัตรนั้นมีความวาวเฉพาะจุด ซึ่งแน่นอนนะครับถ้าเทียบกับการเคลือบด้านนั้น การเคลือบด้านจะช่วยให้พื้นผิวของชิ้นงานมีลักษณะที่ด้าน ซึ่งความสวยนั้นผมคิดว่ามันน่าจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่การเคลือบด้านนั้นก็จะสามารถที่จะช่วยให้นามบัตรของเรานั้นมีความคงทนมากยิ่งขึ้นและยังสามารถที่จะปิดบังความเงาของกระดาษได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยีการเคลือบนั้นก็มีมากมายหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบของลูกค้านั่นเอง
2. การปั้มนูน เทคนิคการปั้มนูนนั้นก็เป็นเทคนิคอีกหนึ่งรูปแบบที่จะทำให้งานพิมพ์ดูนูนขึ้นมา

อย่างสวยงาม ซึ่งในการทำนั้นก็จะไม่มีฟอยล์หรือหมืดพิมพ์ใดๆ เลย ทั้งสิ้น โดยจะทำให้ชิ้นงานตรงบริเวณที่เราทำให้นู้นนั้น มีความหนาขึ้นมาอย่างพิเศษ ซึ่งแน่นอนถ้าหากชิ้นงานของเรามีการปั้มนูนนั้นก็จะสามารถที่จะสร้างความโดดเด่นให้กับชิ้นงานได้เป็นอย่างดีเลยนั่นเอง แถมการปั้มนูนนั้นก็ยังจะสามารถที่จะสร้างความโดดเด่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ชิ้นงานของเรานั้นดูดเป็นสามมิติที่น่าสัมผัสและมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากอีกด้วย อย่างไรก็ตามนั้นการปั้มนูนนั้นก็ยังจะสามารถที่จะเพิ่มมูลค่าหรือคุณค่าให้กับชิ้นงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว แถมการปั้มจมก็ยังจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะทำให้ลวดลายต่างๆ บนงานพิมพ์ของเรามีความหรูหราและดูดีด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามนั้นเทคนิคทั้งสองก็ถือเป็นเทคนิคที่ดีเป็นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนจะสามารถที่จะทำให้งานพิมพ์ของเรามีความโดดเด่นอย่างลงตัวนั่นเอง

3. การเลือกวัสดุที่นำมาใช้กับงานพิมพ์ การที่เรามีการเลือกวัสดุที่นำมาใช้กับงานพิมพ์ของเรานั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญเป็นอย่างมากเลยนะครับ ที่จะทำให้ชิ้นงานของเรานั้นสามารถสื่อถึงภาพลักษณ์และความเป็นมืออาชีพของเราได้เป็นอย่างดีเลยนะครับ ซึ่งในทุกวันนี้นั้นการที่เราเลือกกระดาษมาใช้กับการพิมพ์ต่างๆ นั้นไม่ว่าจะเป็นงานพิมพ์อะไรก็ตามแต่ก็มักจะมีให้เราเลือกกันอย่างมากมายหลากหลายประเภทด้วยกัน อย่างไรก็ตามนั้นกระดาษแต่ละชนิดก็มักจะมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งบางอย่างก็จะมีผิวลื่นบางอย่างก็มักจะมีผิวสัมผัสที่หยาบทำให้มีความรู้สึกที่แปลกใหม่แตกต่างจากเมื่อก่อน การที่เราเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับงานพิมพ์ของเรานั้นก็จะต้องตรงกับคอนเซปต์ที่เราได้วางแบบในงานพิมพ์ด้วยนะครับเพื่อที่จะได้ตอบโจทย์ต่อความต้องการของเรานั่นเอง

4. ตัวอักษรในการจัดวางของชิ้นงาน แน่นอนในการจัดวางชิ้นงานนั้นอีกหนึ่งปัญหาที่จะต้องเจอก็

คือการจัดการเกี่ยวกับตัวอักษร เพราะทุกวันนี้นั้นฟอนต์ต่างๆ ก็มีให้เราสามารถที่จะเลือกใช้งานได้อย่างมากมาย โดยก็มีทั้งฟรีและเสียเงินซึ่งในแต่ละชนิดนั้นก็จะมีหน้าตาที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้น ถ้าเรามีการจัดวางที่ไม่ดีนั้นหรือเลือกฟอนต์ที่ไม่โอเคสำหรับงานพิมพ์ที่เราออกแบบนั้นก็คงจะทำให้ชิ้นงานของเราดูไม่มีความน่าสนใจนั่นเอง อย่างร็ตามนั้นเราก็ควรที่จะเลือกใช้ฟอนต์ที่อ่านง่าย ถึงแม้ว่าเราย่อหรือขยายอะไรก็ตามแต่ก็ยังจะต้องคงอ่านง่ายอีกด้วย ซึ่งถ้าเราจัดดี มีการจัดวางต่างๆ ที่อย่างลงตัวและเหมาะสมนั้นก็จะทำให้การออกแบบงานพิมพ์ของเราดูเป็นมืออาชีพเป็นอย่างมากอีกด้วย อย่างไรก็ตามนั้นในการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ของตัวอักษรนั้นก็ไม่ควรที่จะใช้ฟอนต์มากมายหลากหลายรูปแบบนะครับเพราะแต่ละชนิดนั้นมันไม่สามารถที่จะเข้ากันได้อย่างลงตัวถ้าหากเราจัดวางไม่ดี ก็จะทำให้ชิ้นงานของเราดูไม่สวยงามนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นในการเลือกฟอนต์และในการจัดวางต่างๆ มันก็เลยกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเลย เพราะถ้าจัดวางที่ดี มีงานพิมพ์ที่ดีนั้นก็ย่อมจะทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ของเราดูดีเป็นอย่างมากนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้น เราก็ควรที่จะเลือกใช้ฟอนต์ที่ได้ตามแบบมาตรฐานทั่วไปทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อที่จะได้คงทนความสวยงามให้กับงานพิมพ์ของเรานั่นเอง

5. การจัดวางหรือการออกแบบที่เรียบง่าย รูปแบบการจัดวางต่างๆ นั้นไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ

อะไรก็ตามแต่ในทุกวันนี้นั้นก็ยังไม่เคยที่จะหลุดตกยุคไปเลยนะครับ โดยการออกแบบที่เรียบง่ายนั้น ก็ถือเป็นการออกแบบในลักษณะที่จะเน้นไปที่ความสะอาดตาโดยจะต้องคุมโทนสีให้ออกมาอย่างเหมาะสม ซึ่งการเลือกจัดวางองค์ประกอบต่างๆ นั้นก็จะต้องเน้นในการอ่านง่ายเป็นหลัก เพื่อที่จะให้ผู้ที่ได้เห็นชิ้นงานหรืองานพิมพ์ของเรานั้นสามารถที่จะประทับใจในสิ่งที่เราออกแบบมาได้นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้น ถ้าเราออกแบบดี ทำให้ผู้ที่เห็นชิ้นงานต่างๆ ของเราประทับใจนั้นก็จะสามารถที่จะทำให้เพิ่มคุณค่าของงานเราได้อีกหนึ่งทางเช่นกัน อย่างไรก็ตามนั้นการออกแบบที่เน้นไปแนวทางเรียบง่ายได้ใจความในยุคนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลาย ๆคนนั้นก็คงจะชื่นชอบกันเป็นอย่างมากเช่นกันนั่นเอง แถมถ้าจัดวางดีมีความโดดเด่น มีความคิดสร้างสรรค์รับรองเลยว่าชิ้นงานของเราก็จะเป็นที่ยอมรับได้ในทุกๆ สายตานั่นเอง
อย่างไรก็ตามนั้นเทีนิคการพิมพ์ที่จะสามารถเพิ่มมูลค่าของชิ้นงานในทุกวันนี้ผมเชื่อนะครับว่าหลายๆ คนก็จะมีเทคนิคที่อยู่ในใจกันทั้งหมด ซึ่งเทคนิคพิเศษต่างๆ นั้นก็มักจะขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน เพราะทุกวันนี้นั้นแต่ละชนิดก็มักจะมีความแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามนั้นการที่เราเลือกเทคนิคในการพิมพ์ต่างๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานพิมพ์ของเรานั้นเราก็จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับเทคนิคดังกล่าวด้วยนะครับว่ามันมีความเหมาะสมกับงานพิมพ์ของเราหรือเปล่า เพราะเทคนิคแต่ละชนิดก็อย่างที่บอกไปว่างานออกแบบแต่ละชนิดนั้นก็จะมีความแตกต่างกันนั่นเอง ดังนั้นถ้าหากเราเอาใจใส่กับการออกแบบที่ดีนั้นแน่นอนเราก็จะสามารถที่จะรังสรรค์งานพิมพ์ต่างๆ ออกมาได้เป็นอย่างดี แถมยังจะเป็นที่ยอมรับในสายตาคนอื่นทั่วไป นอกจากนี้ก็ยังสามารถที่จะสื่อความเป็นตัวเองออกมาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เรียกได้ว่าสามารถที่จะสร้างความประทับใจให้กับใครหลายๆ คนด้วยชิ้นงานได้นั่นเอง ดังนั้นถ้าหากเราต้องการที่จะออกแบบให้เหมาะสมกับตัวเองหรือธุรกิจของเรานั้นก็สามารถที่จะลองวางแบบหรือจ้างให้บริษัท ห้างร้าน หรือโรงพิมพ์ต่างๆ ลองจัดวางแบบให้ดูก็ได้เหมือนกันนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละที่อีกด้วยว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการวางแบบหรือเปล่า เอาเป็นว่าเทคนิคดังกล่าวที่เราได้นำเสนอมาในวันนี้นั้นก็จะเป็นเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการออกแบบชิ้นงานของสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าในตอนนี้ธุรกิจของเราหรืออะไรก็ตามแต่ที่กำลังจะมองหานักออกแบบอยู่นั้นก็ลองเลือกใช้เกณฑ์การพิจารณาผลงานต่างๆ ตามข้อเสนอข้างบนนี้ได้เลยนะครับ ซึ่งแน่นอนถ้าหากมีคุณสมบัติครบตามนี้ก็จะเป็นงานออกแบบที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดอีกด้วยนั่นเอง ดังนั้นการที่เราจะออกแบบอะไรก็ตามแต่จะเป็นงานเล็กหรืองานน้อยนั้นเราก็ควรที่จะใส่ใจในทุกๆ ขั้นตอนด้วยนะครับเพื่อที่เราจะได้มีงานออกแบบที่ดีตอบโจทย์ต่อความต้องการของเรามากที่สุดนั่นเอง เพราะว่าทุกวันนี้นั้นสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ถ้าหากเรามีการจัดวางที่ผิดเพี้ยนไปหรือไม่เหมาะสมนั้นก็อาจจะทำให้งานพิมพ์ของเราออกมาไม่สมบูรณ์แบบได้นั่นเอง ดังนั้นการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์หรืออะไรก็ตามแต่ถ้ามีความโดดเด่น หรูหรา ลงตัว พรีเมียม สวยงาม แน่นอนก็จะทำให้สื่อของเราเป็นที่ยอมรับในสายตาคนทุกคน และที่สำคัญก็จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจของเราอีกด้วย เอาเป็ฯว่าถ้าใครยังไม่มีการออกแบบที่ดีหรือเทคนิคการออกแบบที่ดีนั้นก็ลองเอาเทคนิคดังกล่าวไปปรับใช้กันได้เลยนะครับรับรองเลยว่าชิ้นงานของเราก็จะออกมาสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมากอีกด้วย แถมยังสวยงามและราบรื่นเป็นอย่างดีนั่นเอง

อ่านบทความที่เกียวข้องได้ที่
ของมันต้องมี! ขั้นตอนการทำกล่องกระดาษ DIY ใครๆก็ทำได้

กล่องคืออะไร ?

04 เม.ย.

เพิ่มยอดขายง่ายๆด้วยการ ปรับโฉม กล่อง Packaging

เพิ่มยอดขายง่ายๆด้วยการ ปรับโฉม กล่อง Packaging

 

กล่อง Packaging

Printcafe.asia รับพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ กล่องสบู่ กล่องครีม ราคาถูก


กล่อง Packaging นั้นไม่ได้ถูกออกแบบมา เพื่อใช้สอย หรืออำนวยความสะดวกเพียงอย่างเดียว เรารู้หรือไม่ว่ากล่อง Packaging นั้นก็มีช่วงอายุการใช้งานเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นๆ นั่นก็คือ ระยะเวลาที่ผ่านไปจะมียอดขายเพิ่มขึ้นมากบ้าง น้อยบ้าง เป็นการแสดงถึงการเจริญเติบโตของสินค้านั้นๆ หากสินค้าหรือการพิมพ์บรรจุภัณฑ์สร้างความโดดเด่นให้แบรนด์ ได้รับการยอมรับจากตลาดเป็นอย่างดี ยอดขายจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้ซื้อไม่ต้องการสินค้านั้น ยอดขายจะตกต่ำลง ในที่สุดสินค้า นั้นก็จะหายไปจากตลาด แต่จะมีสินค้าและแบรนด์ใหม่เข้ามาสู่ตลาดแทนที่

ผลิตภัณฑ์และ กล่อง Packaging ใหม่ๆ ส่วนหนึ่งอาจได้รับการต้อนรับจากตลาด แต่ก็มีอีกหลายชนิดไม่สามารถเข้าสู่ตลาดจนลูกค้ายอมรับได้ ดั้งนั้นระยะเวลาที่สินค้าแต่ละชนิดจะอยู่ในตลาดจึงไม่เท่ากัน เป็นการแสดงให้เห็นวงจรชีวิตที่สั้นหรือยาวของ Product ซึ่งคล้ายกับวงจรชีวิตของคนเรา และจะเกิดวงจรชีวิตใหม่ เข้ามาแทนที่วงจรเดิมอย่างนี้ตลอดไปเรื่อย ๆ วงจรใหม่ที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากผลิตภัณฑ์ใหม่มีเทคโนโลยีสูงกว่า มีประสิทธิภาพดีกว่า หรือตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งวงจรที่ว่านั้นมี 4 ขั้นตอน คือ ขั้นแนะนำผลิตภัณฑ์, ขั้นตลาดเจริญเติบโต, ขั้นตลาดอิ่มตัว, ขั้นยอดขายตกต่ำ

1. ขั้นแนะนำผลิตภัณฑ์ (Product Introduction)

ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เริ่มนำออกสู่ตลาดในครั้งแรกยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้ซื้อหรือผู้บริโภค ดังนั้นผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายต้องเสนอ รายละเอียดของสินค้า โดยอาศัยในการส่งเสริมการตลาด (Promotion) เพื่อติดต่อสื่อข่าวกับผู้บริโภคให้ทราบว่ามีสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด ภาระค่าใช้จ่ายในการขายของขั้นแนะนำจะสูงผู้ผลิตที่เป็นผู้บุกเบิกตลาด อีกทั้งอยู่ในภาวะที่มีการเสี่ยงภัยสูงมาก หากการตื่นตัวยอมรับผลิตภัณฑ์ใหม่มีน้อย ความต้องการสินค้าไม่แน่นอน ผู้บุกเบิกตลาดใหม่ต้องประสบกับการลงทุนสูงในการผลิต ค่าใช้จ่ายในการขาย ขณะที่รายได้อาจยังไม่มีหรือมีน้อยมาก ฉะนั้นกิจการที่นำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ขั้นแนะนำ ในช่วงแรกจะประสบภาวการณ์การขาดทุน

ดังนั้นการจัดกลยุทธ์การตลาดในขั้นแนะนำผลิตภัณฑ์จะเน้นเรื่องการส่งเสริมการตลาดและการสื่อสารให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย การส่งเสริมการตลาดจะเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ผ่านสื่อโฆษณาประเภทต่าง ๆ ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ รวมทั้งการใช้พนักงานขายในการกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว และ เกิดการยอมรับในผลิตภัณฑ์ใหม่ เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่จะซื้อผลิตภัณฑ์ที่ตนเองคุ้นเคย รู้จักสินค้าดีอยู่แล้ว ดังนั้นจะต้องใช้สื่อการส่งเสริมการขาย เช่น การแจกตัวอย่างหรือการสาธิต ช่วยให้ผู้ซื้อได้มีโอกาสทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ จึงจะเกิดการยอมรับในตัวผลิตภัณฑ์ติดตามมาได้

2.ขั้นตลาดเจริญเติบโต (Market Growth)

การยอมรับในตัวผลิตภัณฑ์ จะส่งผลให้ยอดขายเพิ่มสูงขึ้นและเพิ่มในอัตราที่เร็ว ดังนั้นในช่วงต้นของขั้นเติบโต ผู้บุกเบิกตลาดจะได้รับผลประโยชน์จากกำไรที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากไม่มีคู่แข่งในตลาด ถือเป็นรางวัลที่ผู้บุกเบิกจะได้รับ แต่มักจะมีโอกาสได้ไม่นานเพราะ คู่แข่งขันทั้งหลายจะเริ่มได้กลิ่นกำไรและทยอยกันเข้ามาขอส่วนแบ่งตลาด จากหนึ่งเป็นสองและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงเวลาที่คู่แข่งขันเข้ามาสู่ตลาดจะเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับอัตราการเจริญเติบโตของความต้องการในผลิตภัณฑ์นั้น ส่วนอัตรากำไรมากหรือน้อยจะเป็นสิ่งจูงใจให้คู่แข่งขันเข้ามามากหรือน้อยรายเช่นกัน อย่างไรก็ตามการแข่งขันในขั้นตลาดเจริญเติบโตจะยังเป็นลักษณะการแข่งขันน้อยราย อาจเพียง 2 – 3ราย

เมื่อเริ่มมีคู่แข่งขันเกิดขึ้น ผู้บุกเบิกจะต้องเปลี่ยนวิธีการในการส่งเสริมการตลาดโดยหันไปเน้นการสร้างความชอบแบรนด์สินค้าให้มากขึ้น (Brand preferences) การโฆษณาจะหันไปเน้นให้ลูกค้าเจาะจงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของเรา แทนที่จะซื้อของคู่แข่งขัน การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความต้องการของผู้ซื้อแสดงอย่างชัดแจ้งว่า เป็นแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทำให้มีการ กระจายสินค้า การจัดจำหน่ายให้กว้างขวางมากขึ้น การสินค้าไปให้กับสมาชิกต่างๆ ในช่องทางการจำหน่าย ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่แสดงแนวโน้มของตลาดที่ดี

3.ขั้นตลาดอิ่มตัว (Market Maturity)

วงจรขั้นอิ่มตัวเกิดจากผู้ซื้อส่วนใหญ่ได้ซื้อผลิตภัณฑ์มาบริโภคกันทั่วหน้า ประกอบกับมีคู่แข่งขันมาเสนอขายผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นส่วนส่งเสริมให้ลูกค้าต่าง ๆ มีโอกาสซื้อผลิตภัณฑ์เร็วขึ้น คู่แข่งขันที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เกิดจากแรงจูงใจด้านกำไรที่ดี จะทำให้ส่วนแบ่งของตลาดที่ผู้ผลิตแต่ละรายได้รับลดน้อยลง ประกอบกับผู้ซื้อเริ่มให้ความสนใจน้อยลง ยอดขายจะไม่เพิ่มขึ้นมากเหมือนขั้นตลาดเจริญเติบโต และในที่สุดอัตราการเพิ่มจะหยุดนิ่ง หากไม่มีการแก้ไข ความต้องการ ในตลาดสินค้านี้จะตกต่ำลง อาจเพราะลูกค้ามีสินค้านี้แล้ว ลูกค้าเบื่อหน่ายแล้ว หรือต้องการแสวงหาสินค้าใหม่หรืออาจเพราะผู้ผลิตได้ แนวคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ การที่มีคู่แข่งขันเข้ามาในตลาดมากทำให้ผู้ผลิตทุกรายต้องพยายามแย่งส่วนแบ่งตลาด ให้มากที่สุด จึงต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ให้แปลกใหม่ด้วยวิธีการต่างๆ เช่นการปรับปรุงสูตร การปรับโฉมกล่อง Packaging ใหม่ หรือ การจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เป็นต้น เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับตัวผลิตภัณฑ์ (Product differentiation)

4.ขั้นยอดขายตกต่ำ (Sale Decline)

เมื่อผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นถึงจุดอิ่มตัว หากไม่ได้รับการแก้ไข้ กล่อง Packaging ไม่โดนใจผู้ซื้อ ผลิตภัณฑ์นั้นจะเริ่มมียอดขายลดลงเรื่อย ๆ อาจเนื่องมาจากผลิตภัณฑ์ใหม่กว่ามาแทนที่ในตลาด ลูกค้าจึงหันไปซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่แทน การที่ยอดขายลดลง จะทำให้ส่วนแบ่งตลาดของผู้จำหน่ายแต่ละรายลดลงไปด้วย ดังนั้น การขาดทุนจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ผู้ผลิตที่มีฐานะการเงินมั่นคง มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่าอาจจะอยู่ในตลาดเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่อไป แต่ผู้ผลิตรายเล็ก ๆ ที่มีทุนน้อยจะค่อย ๆ ถอนตัวออกจากตลาดเพราะไม่สามารถรับภาระการขาดทุนได้

 

“เพราะ กล่อง Pakaging นั้นมีช่วงอายุในการใช้งาน”

 

และเคล็ดลับในการปรับโฉม กล่อง Packaging มีดังต่อไปนี้


เจาะตลาดใหม่ 

หากสินค้ามีความอิ่มตัว หรือเริ่มมีคู่แข่งเข้ามา เราอาจทำการสร้างกล่อง Packaging ขึ้นมาใหม่ เพื่อส่งออกไปที่ต่างจังหวัดหรือตลาดสินค้าอื่นๆ ที่สอดรับกับสินค้าของเรา หรือแม้แต่การส่งออกต่างประเทศด้วย การกำหนดจุดประสงค์และกลุ่มเป้าหมายใหม่ ปรับเปลี่ยนกล่อง Packaging ก็สามารถดึงดูดให้ลูกค้าใหม่เกิดความสนใจในสินค้าของเราได้

 

ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่

ยกตัวอย่างเช่น มีชาเขียวแบรนด์หนึ่งที่ทำฉลากและฝาเป็นสีเหลือง เป็นการสร้างความเข้าใจแก่ลูกค้าว่าสิ่งนั้นคือรสชาติอะไร ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ตรงกันมานานและขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เมื่อออกผลิตภัณฑ์ใหม่จึงทำให้แพ็กเกจจิ้งนั้นมีสัญลักษณ์บ่งบอกคล้ายเดิมนั่นเอง เพราะต้องคงรูปแบบเดิมเอาไว้เพื่อแสดงความสัมพันธ์กับสินค้าชิ้นเดิมและเพื่อให้ลูกค้าสามารถจดจำเราได้ด้วย

 

ส่งเสริมการขาย

แบรนด์ระดับยักษ์ใหญ่นั้นมักจะมีการออกแบบกล่อง Packaging ขนาดทดลองใช้ แล้วนำไปแจกตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายและผู้ที่สนใจได้ทดลองใช้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการตลาดอีกอย่างหนึ่งและเป็นส่วนที่ช่วยส่งเสริมการขายอีกด้วย หรือการออกแบบกล่อง Packaging ตามวันหรือเทศกาลสำคัญต่างๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายในช่วงวันนั้นๆ ด้วย

เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย

เพราะช่องทางการจัดจำหน่ายที่เปลี่ยนไป ด้วยระยะทางหรือสิ่งอื่นใดก็ตามแต่ การออกแบบกล่อง Packaging ต้องให้คงทนและเหมาะสมกับสินค้าและสถานที่จัดจำหน่าย

29 มี.ค.

พิมพ์บรรจุภัณฑ์ประเภทไหนให้โดนใจผู้บริโภค

พิมพ์บรรจุภัณฑ์

พิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ ราคาถูก กล่องสบู่สกรีนโลโก้ ราคาถูก ผลิตกล่องลิปสติก กล่องอาหารเสริม

พิมพ์บรรจุภัณฑ์ ประเภทไหนให้โดนใจผู้บริโภค

พิมพ์บรรจุภัณฑ์ ในปัจจุบันนั้นมีการคิดค้นนวัตกรรมมากมาย ที่ทำให้ความหมายของบรรจุภัณฑ์เปลี่ยนไป บรรจุภัณฑ์ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ห่อหุ้มสินค้าเพื่อสะดวกแก่การเคลื่อนย้าย แต่บรรจุภัณฑ์นั้นช่วยรักษาคุณภาพสินค้าให้มีความสดใหม่ สวยงามและถูกสุขลักษณะอนามัย มีรูปแบบที่ เหมาะสมต่อการใช้งานสำหรับบุคคลในทุกเพศทุกวัย

พิมพ์บรรจุภัณฑ์ที่ดีจะต้องคำนึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งผู้ผลิตและโรงงานต่างๆ รวมถึงเรา Printcafe ก็มีการนำนวัตกรรมต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น กล่องครีม กล่องสบู่ กล่องเครื่องสำอาง กล่องอาหารเสริม ฯลฯ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในด้านต่างๆ ดังนี้

  • พิมพ์บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design)

อย่างที่รู้กันดีว่าหลายประเทศในโลกรวมถึงประเทศไทย    กำลัง เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นพิมพ์บรรจุภัณฑ์จึงจะต้องออกแบบให้สะดวกต่อการใช้งานได้ทุกเพศทุกวัย โดยที่ยึดความสะดวกสบายของผู้สูงอายุ และสำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่อยู่ในวัยทำงานนั้น ชีวิตอยู่กับความเร่งรีบก็จะต้องออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้เป็นแบบที่พกพาได้สะดวกมีน้ำหนักเบา เดินไปรับประทานไปได้

  • การนำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์อาหาร

เพื่อยืดอายุการเก็บของอาหารด้วยกรรมวิธีต่างๆ หรือการทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการเลือกซื้ออาหารเพื่อมาบริโภคว่าสะอาดและปลอดภัย (Food safety) นวัตกรรมในด้านนี้ถือว่า มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างของเทคโนโลยีต่างๆ ที่นำมาใช้ได้แก่

  • พิมพ์บรรจุภัณฑ์ฉลาด (Intelligent packaging)

เช่น การนำฉลาก RFID มาใช้เพื่อให้สามารถป้อนข้อมูลตั้งแต่ที่มาต่างๆของ วัตถุดิบที่ใช้ผลิต แหล่งที่ผลิต วันเดือนปี อายุการเก็บรักษา หรือข้อมูลโภชนาอื่นๆ การนำฉลากที่สามารถบอกถึงความสดของอาหารที่ บรรจุอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ โดยใช้ ฉลากเปลี่ยนสี ที่จะมีการตรวจสอบแบบตลอดเวลา (Real-time indicator sensor) ถ้าหากอาหาร เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเช่น มีการปล่อยก๊าซที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาของเชื้อโรคภายในอาหารนั้น ฉลากก็จะมีการเปลี่ยนสีไปจากเดิม เช่น จากสีเหลืองไปเป็นสีน้ำเงิน ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าอาหารที่ซื้อไปมีความปลอดภัยที่จะนำไปบริโภคได้

  • พิมพ์บรรจุภัณฑ์แอคทีฟ (Active Packaging)

เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีการใส่วัสดุที่จะสามารถลดจำนวนหรือต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือใส่สารดูดความชื้นหรือดูดก๊าซชนิดต่างๆ ที่ส่งผลให้ผลไม้หรืออาหารเน่าเสียได้เร็วขึ้น เป็นต้น ซึ่งถ้าหากว่ามีตัวช่วยเหล่านี้อยู่ใน บรรจุภัณฑ์นั้นๆก็จะทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจว่าอาหารนั้น ปลอดภัยมีอายุการเก็บที่นานโดยที่ไม่มีเชื้อแบคทีเรียมาทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย หรือ คุณภาพของอาหารไม่ด้อยลงไปจากเดิม

  • พิมพ์บรรจุภัณฑ์สมาร์ท ( Smart Packaging)

เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุที่มีความสามารถในการควบคุมสมบัติของวัสดุนั้นๆ ไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเสื่อมสภาพไปเนื่องจากได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมหรือจากการใช้งาน ตัวอย่างเช่น self-healing polymer materials เป็นวัสดุที่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมหลังจากที่ถูกทำให้เสียรูปไป โดยจะมีสารที่จะเป็นตัวช่วยรักษา (healing agent) ที่จะทำให้วัสดุสามารถกลับคือสู่สภาพเดิมได้ ก็จะทำให้บรรจุภัณฑ์นั้นสามารถทำหน้าที่ในการปกป้องสินค้าไม่ให้เกิดความ เสียหายหรือปนเปื้อนจากเชื้อโรคภายนอกได้ นอกไปจากนั้นยังมี self-cleaning polymer materials เป็นวัสดุสามารถทำความสะอาด ตัวเองได้ โดยการทำให้ผิวหน้าของวัสดุนั้นไม่รับน้ำหรือสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ ไม่ให้ติดอยู่ที่ผิวหน้าของวัสดุนั้นๆ

  • พิมพ์บรรจุภัณฑ์ที่รักษ์โลกหรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly packaging)

แนวโน้มของบรรจุภัณฑ์ในอนาคต จะต้องเลือกใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ ไม่เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะพยายามเลือกใช้วัสดุให้บางลงหรือมีน้ำหนักน้อยลงแต่จะ ใช้เทคโนโลยีมาช่วยให้มีสมบัติในการเก็บรักษาดีเท่าเดิม หรือไม่ก็จะใช้วัสดุที่สามารถนำมารีไซเคิลได้

  • บรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูดใจผู้บริโภค หรือมีความโดดเด่นไม่ซ้ำแบบใค

ได้แก่ Personalized packaging หรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นส่วนตัว เช่น การพิมพ์ชื่อของตัวเองหรือบุคคลที่เราต้องการระบุชื่อลงบนเครื่องดื่มโค้กกระป๋อง ซองมันฝรั่งเลย์ที่มีแคมเปญให้สามารถ ออกแบบซองด้วยตัวเอง การผลิตบรรจุภัณฑ์แบบนี้ถึงแม้จะไม่ได้เป็นการผลิตในระยะยาวแต่สามารถใช้เป็นตัวกระตุ้นยอดขายได้ใน โอกาสต่างๆ ได้

นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงหลักๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว แนวโน้มของบรรจุภัณฑ์อาหารที่จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความ มั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้นคือ ผู้ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มที่จะใช้แนวคิดเลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุดโดยนำหลักการของ ธรรมชาติมาประยุกต์ใช้กับบรรจุภัณฑ์และพยายามลดการใช้สารเคมีในการผลิตบรรจุภัณฑ์ให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

ที่ Printcafe เรารับพิมพ์กล่องกระดาษทุกรูปแบบ ราคาถูก ประหยัดเวลา และไม่เสียเงินเกินความจำเป็น

26 มี.ค.

ข้อมูลบนฉลากสินค้า มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างไร 

ฉลากสินค้า

ฉลากติดสินค้า พิมพ์ฉลาก สติ๊กเกอร์กันปลอม

ฉลากสินค้า เช่น ฉลากปิดบรรจุภัณฑ์น้ำดื่มก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การดีไซน์บรรจุภัณฑ์น้ำดื่มให้สวยงามน่าดึงดูดใจต่อผู้พบเห็นเพราะนอกจากฉลากสินค้านั้นจะเป็นการแสดงข้อมูลที่ช่วยในการพิจารณาตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค แล้ว ยังสามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งและเพิ่มมูลค่าของสินค้าได้อีกด้วย ปัจจุบันนี้น้ำดื่ม ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่าธรรมดาๆ หรือเครื่องดื่มชนิดอื่นๆที่บรรจุลงขวด ต่างก็เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั่วประเทศเนื่องจากกรรมวิธีการผลิตที่ไม่ยุ่งยากและต้นทุนไม่แพง ธุรกิจน้ำดื่มจึงกลายมาเป็นอีกทคางเลือกหนึ่งที่ช่วยสร้างความโดดเด่นและสื่อสารแบรนด์ของคุณได้ ผู้ประกอบธุรกิจต่างๆ เช่น ร้านอาหาร,โรงแรม,ศูนย์อาหารหรือสถานีบริการน้ำมันและแก๊สร้านค้าอื่นๆ  จะนิยมสั่งผลิตน้ำดื่มที่ติดฉลากเป็นชื่อร้านของตนเองไปใช้ภายในองค์กร

ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจมีการแข่งขันกันค่อนข้างดุเดือด การสร้างจุดเด่นแก่สินค้าและบริการจึงมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อเป็นการสื่อสารให้แบรนด์เป็นที่น่าจดจำ สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าหรือผู้มาเยือน และทำให้ธุรกิจการผลิตน้ำดื่มในภาชนะที่ปิดสนิท ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ซึ่งน้ำดื่มที่ขายกันทุกวันนี้จัดเป็นอาหารควบคุมเฉพาะต้องแสดงเลข อย. บนฉลากของผลิตภัณฑ์ มีการควบคุมมาตฐาน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยต้องขออนุญาตผลิต และขออนุญาตขึ้นทะเบียนตำหรับอาหาร ส่วนการควบคุมมาตรฐานสถานที่ผลิตจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice) หรือ GMP ที่เราคุ้นหูคุ้นตากันดีนั่นเอง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 20  .. 2544 เรื่องน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2544 เป็นต้นมา ทั้งนี้เพื่อให้การผลิตเป็นไปตามมาตรฐานที่จำเป็น มีกระบวรการผลิตที่ถูกต้อง มีการควบคุมสุขอนามัยโดยการแสดงฉลากสินค้านั้นจะต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 68 เรื่องฉลาก

ซึ่งข้อมูลบนฉลากสินค้า บรรจุน้ำดื่มจะต้องระบุข้อความต่างๆ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ดังนี้

ชื่อผลิตภัณฑ์ภาษาไทย น้ำดื่มตรา “______”

ชื่อผลิตภัณฑ์ภาษาอังกฤษ

โดยชื่อต้องอ่านออกเสียงตรงตามชื่อภาษาไทย Drinking water “__________”brand

ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิตน้ำดื่ม และเบอร์โทรศัพท์

เลข อย. แสดงด้วยเครื่องหมายขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 2 มม. ซึ่งต้องให้สีของตัวเลขตัดกับสีพื้นภายใน กรอบซึ่งเป็นสีขาว และสีของกรอบตัดกับสีพื้นฉลาก

ปริมาณอาหารแสดงเป็นน้ำหนักสุทธิ

ฉลากสินค้าติดขวดน้ำดื่มนั้น สามารถผลิตจากสติ๊กเกอร์โปร่งใสเพื่อให้เห็นเป็นเนื้อเดียวกับสีของบรรจุภัณฑ์ หรือสติ๊กเกอร์ทึบแสงเพื่องานพิมพ์ที่เน้นสีสันสวยงาม หรือสติ๊กเกอร์ขาวมันเพื่อยกระดับสินค้าด้วยความเงางามของสติ๊กเกอร์ ที่ Printcafe.aisa เรารับพิมพ์ฉลากสินค้า และกล่องบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด ที่นอกจากราคาจะเป็นกันเองแล้ว ยังมีคุณภาพดีที่คุณจะต้องประทับใจในการบริการของเราอย่างแน่นอน

23 มี.ค.

สร้างความโดดเด่นให้แบรนด์ด้วย 2 แนวคิดที่ใช้ได้จริง

พิมพ์บรรจุภัณฑ์

สร้างความโดดเด่นให้แบรนด์ของคุณ

พิมพ์บรรจุภัณฑ์ เป็นส่วนสำคัญของแคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง แบรนด์ต่างๆต้องนำเสนอบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบที่ดึงดูดความสนใจและตอบโจทย์กับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแบรนด์ของคุณเป็นแบรนด์ส่วนตัว

ในขณะที่เราเห็นการเพิ่มขึ้นของแบรนด์ใหญ่ๆที่เข้าสู่ตลาดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งรวมถึงการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์แบรนด์ต่างๆที่วางจำหน่ายตามร้านค้าในตลาด

นอกห้างสรรพสินค้าที่เต็มไปด้วยการแข่งขันของแบรนด์ใหญ่ๆ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ขนาดเล็ก, กลาง, ใหญ่ หรือจะเป็นแบรนด์ส่วนตัวก็ต่างให้ความสำคัญเรื่องบรรจุภัณฑ์กันทั้งสิ้น

1. แบรนด์จำเป็นต้องโดดเด่น

แบรนด์ภาคเอกชนใหญ่ๆมีความท้าทายที่ไม่เหมือนใคร เพราะลูกค้าระดับใหญ่ของพวกเขาคาดหวังสินค้าและบรรจุภัณฑ์ต้องมีระดับพรีเมี่ยม แต่พวกเขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการขาย เพราะอย่างไรฐานลูกค้าของแบรนด์เอกชนเหล่านี้ก็ภักดีต่อแบรนด์ซะเป็นส่วนใหญ่ – แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ในห้างสรรพสินค้านั้นเต็มไปด้วยการแข่งขันของแบรนด์ใหญ่ๆ พวกเขาจำเป็นต้องหาวิธีที่จะเป็นมากกว่าทางเลือกที่ถูกกว่า และหนึ่งในข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแบรนด์ใหญ่ๆนั้นก็คือการลดต้นทุนในเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์

ที่จริงถ้าเรามองย้อนไปเราจะพบว่าหลายๆแบรนด์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์นัก แต่สิ่งนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ทุกๆแบรนด์หันมาแข่งขันกันที่จะโดดเด่นในชั้นวางสินค้า ซึ่งถ้าลองสังเกตดูให้ดี สิ่งที่แบรนด์ใหญ่ๆนั้นมีร่วมกันคือ “การออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม ที่มีความเรียบง่าย ผสานไปกับความสวยงามที่ง่ายต่อการจดจำ”

2. ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น

บรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ใหญ่ๆ มีสิทธิ์ใช้ชื่อแบรนด์เนมเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า ดังนั้นแบรนด์ส่วนตัวของคุณก็อาจจะใช้ชื่อร่วมของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อเพิ่มยอดขายและทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ เช่น หากผลิตภัณฑ์ของคุณเป็นครีมเมือกหอยทาก ก็อาจจะใช้ชื่อร่วม และต่อด้วยชื่อสินค้า ตัวอย่าง ครีมเมือกหอยทาก ตรา  Premium Snail เป็นต้น

เพราะการที่ใช้วิธีนี้นั้น อาจจะทำให้เรานั้นเป็นตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคบางคนที่งบไม่พอที่จะซื้อสินค้าจาก   แบรนด์ใหญ่ๆที่มีราคาแพงกว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ลูกค้าจะได้ลองสินค้าของเรา และถ้าหากใช้ได้ดีก็จะเกิดการซื้อต่อ การบอกต่อไปให้คนรอบข้างซื้อสินค้าของเรา ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ควรออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ลูกค้าสามารถเข้าใจได้ง่าย ไม่ต้องผ่านการตีความมากนัก และพยายามออกแบบให้มีความสอดคล้องกับความเรียบง่ายและความจริงใจต่อลูกค้า

ดังที่ได้อธิบายไปข้างต้นแล้วว่าพิมพ์บรรจุภัณฑ์กับการสร้างแบรนด์นั้นเป็นสิ่งที่ต่างพึ่งพากันและกันอย่างน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า การที่จะทำแบรนด์ออกมาให้ดี ให้ติดตลาด และง่ายต่อการจดจำของผู้บริโภคนั้น ก็ต้องอาศัยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีควบคู่กันไปด้วย

ซึ่ง Printcafe.asia เราก็ได้ให้บริการทั้งการออกแบบบรรจุภัณฑ์ตลอดจนการผลิตที่เป็นขั้นตอนชัดเจน ด้วยทีมงานคุณภาพ เครื่องจักรได้มาตรฐาน วัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ และราคาที่สบายกระเป๋า ทำให้เราเป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจากหลากหลายแบรนด์ทั้งในและต่างประเทศ

21 มี.ค.

3 ขั้นตอนการออกแบบกล่องสบู่ ฉบับกระทัดรัด เข้าใจง่าย

กล่องสบู่

กล่องสบู่ 

ในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก กล่องสบู่ที่สวยงามจะเป็นตัวช่วยผลักดันให้ธุรกิจมีความก้าวหน้า เป็นที่จดจำของผู้บริโภค การทำกล่องสบู่จะต้องเข้าใรเรื่องการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เป็นหลัก เพื่อให้เกิดไอเดียการออกแบบกล่องสบู่ที่มีความแปลกใหม่ โดดเด่นสะดุดตา ไม่เหมือนใคร และเป็นที่น่าจดจำ เป้าหมายส่วนใหญ่ของการทำกล่องสบู่ก็เพื่อเป็นการสร้างสัญลักษณ์ให้กับสินค้าหรือบริการต่างๆ

เมื่อผู้บริโภคเห็นกล่องสบู่ ก็จะรู้ได้ทันทีว่าผลิตภัณฑ์ด้านในคืออะไร มีอะไรเป็นส่วนผสมหลัก และมีสรรพคุณอย่างไรเพราะฉะนั้นการออกแบบกล่องสบู่ จึงจัดว่ามีความสำคัญมากในการทำธุรกิจเพื่อการสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์สินค้าดูโดดเด่น น่าสนใจ จดจำได้ง่าย ถือเป็นการช่วยส่งเสริมธุรกิจให้เติบโตขึ้นได้อีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้นกล่องสบู่จึงมีไว้ใช้ในด้านต่างๆ ดังนี้…

  • ด้านจิตวิทยา คือต้องการให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึก เกิดความเข้าใจในตัวสินค้าหรือบริษัท ทำให้เกิดความเชื่อมั่น และยอมรับในตัวสินค้า ผ่านกล่องสบู่นั้น ๆ และที่สำคัญคือสร้างให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกประทับใจเมื่อได้เห็นกล่องสบู่
  • ด้านพฤติกรรม คือ ต้องการให้ผู้บริโภคเกิดพฤติกรรมตอบสนองต่อการจูงใจผ่านกล่องสบู่ของของสินค้าหรือขององค์กร
  • ด้านภาพพจน์ คือ ต้องการให้ผู้บริโภคเกิดทัศนคติที่ดีต่อสินค้าและบริษัท ผ่านทางกล่องสบู่ ทำให้เกิดความนิยมชมชอบต่อผู้ผลิต

แต่ถึงอย่างนั้นการออกแบบกล่องสบู่ ก็ไม่ใช่ว่านั่งคิดแล้วจะมีขึ้นมาได้เลย การจะออกแบบอะไรซักอย่างจะต้องใช้เวลาคิด การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลหลายๆอย่าง เพื่อให้กล่องสบู่ที่ออกแบบมานั้นสามารถตอบโจทย์ให้กับบริษัท สินค้า หรือบริการได้เป็นอย่างดี สามารถสะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่ต้องการสื่อออกไปสู่ผู้คนภายนอกได้ตามที่คาดหวังไว้ โดย printcafe ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง การพิมพ์กล่องสบู่และบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด ตั้งแต่การออกแบบไปจนขั้นตอนผลิต ด้วยความใส่ใจในทุกๆขั้นตอน ซึ่งขั้นตอนการพิมพ์กล่องสบู่ มีดังต่อไปนี้ค่ะ…

1. จัดเตรียมการออกแบบกล่องสบู่

ก่อนเริ่มการพิมพ์ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าอยากให้กล่องสบู่สื่อสารกับใคร เรื่องอะไร เพราะที่จริงแล้ว กล่องสบู่นั้นไม่ได้เป็นเพียงกล่องบรรจุภัณฑ์ธรรมดาๆ แต่กล่องสบู่นั้นได้สะท้อนภาพลักษณ์ และภาพพจน์ในทางการตลาดของกิจการของคุณอีกด้วย การออกแบบกล่องสบู่นั้นเป็นการสื่อสารกับผู้ซื้อ ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร สีที่ใช้ และรูปภาพกราฟฟิกต่างๆ กล่องสบู่ที่ดีควรจะสามารถทำให้คนจดจำได้ตั้งแต่ครั้งแรกๆที่มองเห็น   

2. การออกแบบกล่องสบู่

ถ้าหากคุณมีแบบกล่องสบู่อยู่แล้ว ก็สามารถส่งให้ทีมงานของเราพิมพ์ออกมาได้เลยค่ะ หรือถ้าหากยังไม่มี อาจจะเริ่มต้นด้วยการค้นหาแบบที่ชอบในอินเตอร์เน็ต ระบุรายละเอียดอย่างเช่น ขนาดกล่อง สี จำนวน ฯลฯ แล้วจึงส่งให้ทีมงานของเราออกแบบให้ค่ะ

3. การพิมพ์กล่องสบู่

พิมพ์กล่องสบู่กับ Printcafe นอกจากคุณจะได้กล่องสบู่ที่มีคุณภาพแล้วนั้น คุณจะได้รับความประทับใจในการบริการของทีมงาน และด้วยความเป็นมืออาชีพของเราจะทำให้งานพิมพ์ของคุณออกมาตรงเวลา นอกจากนี้เครื่องจักรของเรายังนำเข้าจากต่างประเทศ การพิมพ์ที่ความละเอียด 2400 DPI จะช่วยให้กล่องสบู่ที่ได้รับนั้น มีสีสันสดใส ตัวหนังสือคมชัดไม่เลือน ไม่เบลอ เหมือนการพิมพ์ Inkjet ของโรงพิมพ์ทั่วไปอีกด้วย

เพราะว่าเรามีทีมงานมืออาชีพ ที่พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยออกแบบกล่องสบู่ของคุณให้ออกมาได้ตรงกับความต้องการและช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสินค้าหรือบริษัทของคุณได้อย่างเกินความคาดหมาย ถึงใครหลายๅคนจะมองว่าการออกแบบกล่องสบู่พรีเมี่ยม บรรจุภัณฑ์แบบทันสมัย หรือการพิมพ์บรรจุภัณฑ์จะเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่สำหรับเราเป็นเรื่องที่เราเชี่ยวชาญเป็นอย่างสูง ดังนั้นหากคิดจะพิมพ์กล่องสบู่ นึกถึงเราสิคะ

เยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์ >> คลิกเลย <<

19 มี.ค.

ของมันต้องมี! ขั้นตอนการทำกล่อง DIY ใครๆก็ทำได้

ขั้นตอนการทำกล่อง DIY ใครๆก็ทำได้

เจ้าของแบรนด์มือใหม่หรือผู้ที่กำลังมองหา กล่องกระดาษ  เพื่อใช้มอบของขวัญในโอกาสพิเศษที่มีความต้องการที่จะใช้เพียง 1-2 กล่อง สำหรับการเริ่มต้นการทำกล่องกระดาษให้มีความเหมาะสม, ความสวยงาม, ความทันสมัยเป็นหัวใจสำคัญสำหรับออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์สวยๆ การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างดีสามารถเติมเต็มหรือเพิ่มโอกาสในการซื้อของสินค้า จึงช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้ผู้บริโภครับทราบถึงคุณภาพของสินค้าหรือบริการ และช่วยยกระดับของสินค้าให้ดูมีคุณค่า แตกต่างจากคู่แข่ง เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปไม่หยุดนิ่ง บรรจุภัณฑ์ต้องพัฒนาต่อไปไม่หยุดนิ่งเช่นกันค่ะ  

การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยบรรจุภัณฑ์ โดยใช้บรรจุภัณฑ์สร้างสรรค์ ส่งผลให้เกิดการตัดสินใจซื้อสินค้า และนำสินค้าไปใช้อย่างภาคภูมิการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างสร้างสรรค์

การออกแบบกล่องกระดาษ

สิ่งแรกที่เราต้องนึกถึงก่อนทุกครั้งก็คือ ประโยชน์ของการใช้งานของบรรจุภัณฑ์ รู้ว่าลูกค้าหรือผู้รับต้องการอะไร แล้วขั้นตอนต่อมาจึงค่อยผลิตสินค้าเพื่อให้เริ่มการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ได้อย่างสะดวก ใช้งานง่าย เช่น กล่องสบู่ กล่องครีม กล่องเครื่องสำอาง เครื่องดื่ม ของแห้ง ของเหลว หรือของใช้ที่จำเป็นต้องอาศัยการออกแบบให้มีลักษณะแตกต่างกันออกไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วก็ต้องออกแบบให้สะดวกต่อการใช้งาน คือ เน้นความสวยงาม, เพิ่มความแปลกใหม่, วัสดุที่ใช้มีความแข็งแรง หยิบง่ายใช้ได้สะดวกเปิดรับประทานง่าย, ขนาดกะทัดรัด, น่ารักมุ้งมิ้งหรือสวยหรู, หยิบจับถนัดมือ, มีฝาปิดสนิท อีกทั้งต้องดูสะอาดปลอดภัย เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต่อไป

หากคุณกำลังมองหาโรงงานพิมพ์กล่อง แต่กลับพบว่าค่าใช้จ่ายในการทำกล่องเกินกำลังสำหรับผู้เริ่มต้นเกินไป ทางเราจึงอยากแนะนำการทำกล่องด้วยตัวเอง ที่น่าจะตอบโจทย์ความต้องการได้ดีที่สุดและยังประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

1.แพทเทิร์นของกล่อง

ก่แพทเทิร์น (Pattern)  ก็คือ ลักษณะกล่องตอนกางออก หรือคลี่ออก ทั้งนี้จะเป็นโครงสร้างแบบกล่องที่มีขนาดไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 เพื่อให้คนออกแบบสามารถดีไซน์สีสันและลวดลาย (artwork) ลงบนกล่องได้ง่ายขึ้น ซึ่งอันที่จริงแพทเทิร์นกล่องมีหลายแบบมาก แต่ทางเราจะเลือกแพทเทิร์นหลักๆที่คนนิยมใช้กันมานำเสนอ ทั้งนี้ก็เพื่อนำไปประยุกต์ต่อยอดไอเดียให้ตรงความต้องการของผู้ใช้ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นประเภทไหน ไม่ว่าสินค้าของคุณจะเป็นอะไร กล่องครีม, กล่องสบู่, กล่องอาหาร เป็นต้น  ล้วนแล้วแต่ก็ต้องการกล่องสวยๆเพื่อเพิ่มความน่าสนใจกันทั้งสิ้น

  • ทรงฝาเสียบ

    โรงพิมพ์กระดาษ 05

    กล่องกระดาษอาร์ตการ์ดขาว แบบฝาเสียบ ผลิตขั้นต่ำ 100 ใบ

ทรงนี้เป็นทรงยอดนิยมเพราะใช้กระดาษไม่มากอีกทั้งยังเรียบง่าย ค่อนข้างประหยัดกระดาษในการทำและสะดวกเวลาใช้งาน ตัวก้นกล่องจะสามารถแปลงเป็นตัวล็อกได้ เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงของกล่องกระดาษ  ซึ่งกล่องทรงนี้เหมาะกับสินค้าทั่วไป  ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องสำอางค์ กล่องครีม กล่องสบู่ หรือกล่องขนม

  • ทรงสไลด์

    กล่องจั่วปังราคาถูก

    กล่องกระดาษแข็งอย่างดี แบบสไลด์ ผลิตขั้นต่ำเพียง 300 ใบ

ทรงสไลด์จะลักษณะเหมือนกล่องไม้ขีดคือ มีชิ้นตัวกล่อง กับตัวปลอกสวม เปิด-ปิด แบบเลื่อนสไลด์ไปมาได้ ซึ่งจะดูดีมีลูกเล่นมากกว่ากล่องแบบฝาเสียบ เหมาะกับสินค้าหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอางค์ กล่องสบู่ กล่องขนม กล่องของขวัญ รวมถึงสินค้าอื่นๆที่ต้องการออกแบบกล่องให้มีสไตล์ที่ถูกใจทั้งผู้มอบและผู้รับ

  • ทรงกล่องฝาครอบ

    กล่องสบู่ฝาครอบ

    กล่องกระดาษแบบฝาครอบ ใช้กระดาษอาร์ตการ์ด 350

ทรงนี้จะเป็นกล่องกระดาษที่ประกบกัน 2 ชิ้น ซึ่งมีตัวกล่องกับฝาครอบ จะใช้กระดาษค่อนข้างเยอะกว่าทรงอื่นๆ เพราะต้องใช้กระดาษอย่างละแผ่นในการทำตัวกล่องและทำฝาครอบ ซึ่งกล่องลักษณะเป็นงานที่ค่อนข้างปราณีตเหมาะกับสินค้าที่ค่อนข้างมีราคาเช่นกล่องเครื่องสำอาง หรือ กล่องครีม

  • ทรงกล่องเค้ก

    กล่องกระดาษคราฟท์ราคาถูก 01

    กล่องกระดาษคราฟท์สีน้ำตาล เจาะหน้าต่างให้เห็นสินค้าภายใน

ทรงนี้จะเป็นทรงยอดนิยม สำหรับกล่องใส่ขนมหรืออาหารต่างๆ เนื่องจากทรงนี้ใช้กระดาษไม่มากและง่ายต่อการลงมือทำเอง โดยแพทเทิร์นลักษณะนี้จะเป็นแบบที่ล็อคกันเองในตัว ไม่ต้องใช้แม็กเย็บให้เสียเวลาขณะบรรจุผลิตภัณฑ์ลงไป เป็นแพทเทิร์นที่เห็นได้บ่อยกับกล่องเค้กส่วนใหญ่

  • ทรงอื่นๆ

    โรงพิมพ์แพคเกจจิ้ง02

    กล่องกระดาษ ทรงหกเหลี่ยม ไดคัทตามที่ลูกค้าต้องต้องการ ผลิตขั้นต่ำ 100 ใบ

 เป็นทรงที่มีลูกเล่นมากกว่ากล่องทรงสี่เหลี่ยมทั่วไป โดยแต่ละทรงก็จะออกแบบให้เข้ากับสินค้าแต่ละประเภท เช่น ทรงหมอนที่นิยมใช้เป็นกล่องพาย ทรงสามเหลี่ยม กล่องทรง6เหลี่ยม ทรงรูปดาว เป็นต้น

2.วัดขนาดสินค้าที่จะใส่ในกล่อง                                                                

จำเป็นต้องวัดทั้งความกว้าง x ยาว x ความสูง ซึ่งหน่วยวัดจะใช้เป็น มิลลิเมตร (mm) เซนติเมตร (cm) นิ้ว (inc) หรือ เมตร (m) ก็ได้ แต่ต้องระบุให้ชัดเจนเพื่อป้องกันความผิดพลาดของกล่องกระดาษ

3.อุปกรณ์สำหรับออกแบบกล่อง

อุปกรณ์ที่จำเป็น ได้แก่ ดินสอ, ไม้บรรทัด, คัตเตอร์, กรรไกร, กาว, แผ่นรองตัด ฯลฯ แล้วจากนั้นร่างแพทเทิร์นของกล่องตามขนาดที่ต้องการ หรือถ้าใครพอจะใช้โปรแกรม Illustrator เป็นก็ง่ายเลยทีเดียว อาจจะดึงภาพแพทเทิร์นที่ชอบแล้วนำมาดราฟเป็นแบบที่ต้องการแล้วจึงค่อยปริ้นท์ออกมาตัด วิธีนี้จะช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะพอสมควร

ตัวอย่างไอเดียการออกแบบกล่องกระดาษ

กล่องกระดาษ

กล่องกระดาษ

กล่องกระดาษ

Credit picture : Pinterest

14 มี.ค.

การเตรียมไฟล์สิ่งพิมพ์สำหรับโรงพิมพ์

โรงพิมพ์

โรงพิมพ์กล่อง กล่องเครื่องสำอาง ปั๊มทอง เคลือบ UV

โรงพิมพ์แต่ละแห่งนั้น มีการจัดระเบียบงานที่เป็นขั้นเป็นตอนอยู่แล้ว นอกจากจะต้องเลือกโรงพิมพ์ให้ตรงตามความต้องการใช้งานแล้วนั้น ยังต้องให้ความสำคัญกับขั้นตอนที่เป็นการเริ่มต้นการพิมพ์งานที่อยู่ในส่วนของฝ่ายผลิตต้นฉบับสิ่งพิมพ์ การเริ่มต้นขึ้นอยู่กับชิ้นงานว่าเป็นงานชนิดใด เพราะงานแต่ละประเภทจะผ่านขั้นตอนการผลิตต้นฉบับไม่เหมือนกัน หากเป็นงานโฆษณาจะต้องผ่านการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า ตีโจทย์ วางคอนเซ็ปต์ คิดคำประกอบ ถ่ายภาพประกอบ ถ่ายภาพประกอบ เขียนเนื้อเรื่อง และจัดทำต้นฉบับผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่ง Printcafe ก็เป็นหนึ่งในโรงพิมพ์ที่เน้นการทำงานที่เป็นขั้นตอน มีระบบระเบียบในการจัดการข้อมูลที่ดี จากข้อมูลที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าทั้งงานโฆษณาและงานหนังสือ เมื่อมาถึงขั้นตอนสุดท้ายจะต้องมาจบที่คอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ เพื่อผลิตต้นฉบับให้เป็นไฟล์ชนิดต่างๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งโปรแกรมที่นิยมใช้ ในการออกแบบสิ่งพิมพ์ ได้แก่ Adobe InDesign, Illustrator, Photoshop, Acrobat, PageMaker, Ouark และ Word 

โปรแกรมกราฟิกและการเตรียมไฟล์แต่ละชนิดเพื่อส่งโรงพิมพ์

สำหรับไฟล์ที่ได้จากโปรแกรมแต่ละชนิด จะมีคุณสมบัติและวิธีการเตรียมไฟล์ที่แตกต่างกัน โดยมีข้อมูลสำหรับแต่ละโปรแกรมดังนี้

ID Adobe InDesign

เป็นโปรแกรมออกแบบสิ่งพิมพ์ที่เหมาะกับงานประเภทจัดหน้าทำหนังสือ หรืองานสิ่งพิมพ์บางชนิด การทำงานคล้ายกับมีโปรแกรม PageMaker และ IIIustrator มารวมกัน หากใครเคยใช้ทั้งสองโปรแกรมที่กล่าวมาแล้ว ก็จะปรับตัวมาใช้ได้ไม่ยาก สำหรับ InDesign นั้นมีโปรแกรมประเภทเดียวกันคือ PageMaker แต่ InDesign นั้นมีโปรแกรมที่กล่าวมาแล้วก็จะปรับตัวมาใช้ได้ไม่ยาก สำหรับ Indesign มีข้อดีเหนือกว่า PageMaker หลายด้าน เพราะมีการพัฒนาให้รองรับการวาดภาพ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ดีกว่า ส่วนข้อด้อยที่กำลังได้รับการแก้ไข ก็คือเรื่องฟอนต์ภาษาไทย ซึ่งอีกไม่นานน่าจะหมดปัญหานี้

ส่วนวิธีการส่งไฟล์ต้นฉบับของ InDesign สะดวกมาก เพราะมีคำสั่ง Package สำหรับรวบรวมไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับงานชิ้นที่ต้องการ ตั้งแต่ไฟล์ภาพ ฟอนต์ที่ต้องใช้มารวมในที่เดียว หลังจากนั้นก็สามารถไรท์ต้นฉบับลงแผ่นส่งโรงพิมพ์ได้ทันที โดยไม่ต้องห่วงว่าจะลืมไฟล์ที่จำเป็น 

AI Adobe Illustrator

Illustrator เป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับการวาดภาพ ผลิตไฟล์ต้นฉบับบรรจุภัณฑ์ ปกหนังสือ และสิ่งพิมพ์หลายชนิด การเตรียมไฟล์ควรเลือกใช้โหมด CMYK เป็นมาตรฐาน ส่วนภาพที่นำมาประกอบ ภาพถ่าย ไฟล์ภาพอื่นที่ไม่ได้เกิดจาก Illustrator การนำมาใช้ควรเลือกแบบ Link เพื่อลดขนาดของไฟล์ ส่วนตัวอักษรถ้าไม่มีการแก้ไขแล้วควรจะ Create Outline ให้เป็นลายเส้นป้องกันปัญหาฟอนต์ เมื่อตันฉบับเสร็จแล้วให้รวบรวมไฟล์ส่งโรงพิมพ์ค่ะ

PS Adobe Photoshop

Photoshop คือหนึ่งในโปรแกรมที่คอมพิวเตอร์เกือบทุกเครื่องมีติดตั้งไว้ Photoshop เป็นโปรแกรมมากความสามารถด้านจัดการแก้ไขและ เป็นโปรแกรมที่ในวงการผลิตสิ่งพิมพ์นิยมใช้ สำหรับผู้ทำต้นฉบับด้วย Photoshop มีสิ่งที่ต้องเน้นคือเรื่อง Resolution ซึ่งจะต้องใช้ค่า 300 Pixels/Inch ขึ้นไปเพื่อความคมชัด และใช้โหมดสี CMYK กับไฟล์ต้นฉบับ ส่วนเรื่องอื่นก็แล้วแต่ว่าผลิตต้นฉบับอะไร เช่น ถ้าทำต้นฉบับโปสเตอร์ก็ต้องมีการเผื่อตัดตกด้วย 3-5 cm.

สุดท้าย หลังจากที่ออกแบบไฟล์ต้นฉบับเสร็จแล้ว ก็สามารถส่งไฟล์ที่เป็นไฟล์ PSD (ไฟล์เฉพาะของ Photoshop) หรือไฟล์ Tiff ไปให้โรงพิมพ์ โดยแนะนำให้บันทึก (Save) แบบรวมเลเยอร์ไป เพื่อป้องกันผู้อื่นนำงานของเรา ไปดัดแปลง ส่วนไฟล์ที่ไม่ได้รวมเลเยอร์ก็ให้เราเก็บไว้ เผื่อต้องการแก้ไขในภายหลัง 

PDF Adobe Acrobat Professional

โปรแกรม สำหรับแปลงไฟล์ต้นฉบับจากโปรแกรมอื่นให้เป็นไฟล์ PDF ที่เป็นไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์มาตรฐานสากล ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายทาง โดยเฉพาะงานสิ่งพิมพ์ เมื่อทำเป็นไฟล์ PDF แล้วขนาดไฟล์จะเล็กลงจนสามารถส่งต้นฉบับทางอินเตอร์เน็ตได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องฟอนต์และภาพ (เมื่อทำทุกขั้นตอนถูกต้อง) แถมป้องกันการนำไฟล์ต้นฉบับไปแก้ไขได้ในระดับหนึ่งด้วย 

PM Adobe PageMaker

โปรแกรม ด้านการจัดหน้าที่คุ้นเคยกับนักออกแบบมานาน PageMaker เป็นโปรแกรมจัดหน้าที่ใช้งานง่าย มีความสามารถในระดับที่ดี แต่ไม่มีการพัฉนาต่อมานานแล้วตั้งแต่เวอร์ชั่น 7 ดังนั้นการใชเทคนิคบางอย่างจึงต้องอาศัยโปรแกรม Photoshop และ Illustrator มาร่วมทำงานก็จะได้ผลงานที่สวยสมใจ โปรแกรมนี้เหมาะกับงานผลิตต้นฉบับหนังสือ แต่ก็สามารถทำงานสิ่งพิมพ์อื่นได้บ้าง ในส่วนของการส่งไฟล์ทำได้ 2 วิธี คือ การส่งเป็นไฟล์ PageMaker โดยตรง ซึ่งต้องรวมสิ่งที่เกี่ยวข้องทั้งหมดส่งไปด้วย เช่น ฟอนต์ ภาพที่ใช้ในงาน  หรือจะเลือกวิธีแปลงเป็นไฟล์ PDF ก็ได้ 

MS Microsoft Word

เป็นโปรแกรมพื้นฐานที่นักเขียนนิยมใช้ ส่วนมากใช้พิมพ์ต้นฉบับแล้วส่งไปให้ทีมออกแบบพัฒนาต้นฉบับให้สวยงาม แต่ถ้าหากไม่มีผู้ออกแบบให้ และไม่ถนัดการใช้โปรแกรมกราฟิกก็สามารถตกแต่งเองใน Word แล้วส่งพิมพ์ก็ได้ ซึ่งในผู้ชำนาญ Word บางกลุ่มก็สามารถทำให้งานออกมาดูสวยงามไม่แพ้ผลิตต้นฉบับจากโปรแกรมกราฟิกเลย 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับการเตรียมไฟล์สำหรับส่งโรงพิมพ์ ถึงจะมีโปรแกรมเยอะก็จริงแต่ควรเลือกโปรแกรมให้เข้ากับประเภทงานที่ต้องการทำ อย่างสมมุติหากท่านใดต้องการงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ ก็แนะนำให้เลือกใช้โปรแกรม Ai แล้วบันทึกเป็นไฟล์ Ai เช่นกัน เพื่อง่ายต่อการที่โรงพิมพ์จะเปิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขบางส่วนที่จะมีปัญหากับงานของทุกท่านค่ะ แล้วไว้พบกันในบทความต่อไปนะคะ 🙂