25 ต.ค.

5 กลยุทธ์ที่แม่ค้าออนไลน์ควรเลือกใช้

5 กลยุทธ์ที่แม่ค้าออนไลน์ควรเลือกใช้ 01

ในยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตเข้ามามีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้นนั้น โลกของเราก็ได้มีการเปิดธุรกิจกต่างๆ ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจกันได้แบบ ใช้เพียงแค่ปลายนิ้ว ในการขายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์นั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก ถ้าหากเราสามารถสร้างจุดเด่นที่ดีให้กับแบรนด์สินค้าของเรา ย่อมทำให้สามารถหาลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

การขายของออนไลน์

โดยทำอย่างไรก็ได้ให้สินค้าของเราดูดีและมีความน่าสนใจ เพราะในยุคนี้การขายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ก็ได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมาก เลยทำให้ในทุกวันนี้นั้นก็มีการเจริญเติบโตของการขายสินค้าออนไลน์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนเราก็สามารถที่จะเปิดการขายและปิดการขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซื้อง่ายขายคล่อง ทำให้ถูกอกถูกใจของผู้ที่เข้ามาใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก

ในทุกวันนี้ธุรกิจการขายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ก็ได้รับความสนใจและเติบโตที่เยอะจริงๆ ทำให้เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ช่วยทำให้ร้านค้านั้นสามารถที่จะมีกำไรเป็นกรอบเป็นกำไม่แพ้กับการขายหน้าร้านจริง เลยนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นการที่เราจะขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ให้ได้ผลที่ดีนั้น แน่นอนเราก็จะต้องมีตัวช่วยหรือกลยุทธ์ต่างๆ ที่นำมาปรับใช้และทำให้การขายสินค้าของเราประสบความสำเร็จ กับ 5 กลยุทธ์ที่แม่ค้าออนไลน์ควรเลือกใช้ จะมีเทคนิคอะไรบ้างนั้นเราก็มาดูกันเลย

5 กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย

1.การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันสินค้า

สำหรับการขายของออนไลน์นั้นการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับการขนส่งก็เป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก การเลือกใช้กล่องกระดาษลูกฟูก จะช่วยทำให้การขนส่งสินค้าของเราได้รับความสะดวกสบายเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้สินค้าที่อยู่ในกล่องนั้นไม่เกิดการเสียหาย มีความปลอดภัยสูง

5 กลยุทธ์ที่แม่ค้าออนไลน์ควรเลือกใช้ 02

แต่ต้องใช้ซองกันกระแทกด้วย เพราะช่วยซับพอร์ตไม่ให้สินค้าที่อยู่ข้างในกล่องของเราเกิดเสียหายได้ ดังนั้นในการเลือกใช้กล่องบรรจุภัณฑ์ก็จะเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะได้ป้องกันไม่สินค้าของเราเกิดความเสียหาย ในระหว่างการขนส่ง ถือเป็นการป้องกันที่จะทำให้ลูกค้าที่รอรับสินค้าเกิดความประทับใจกันอย่างแน่นอน

2. การจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย

การมอบโปรโมชั่นที่ดีให้กับลูกค้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน เพราะยิ่งถ้าหากเราจัดโปรโมชั่นต่างๆ มันก็จะช่วยทำให้ลูกค้าเกิดความชื่นชอบและอยากจะเลือกซื้อสินค้าของเรา ทำให้เราสามารถที่จะเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ การที่เราจัดโปรโมชั่นต่างๆ ก็จะทำให้ลูกค้านั้นชื่นชอบได้อีกด้วย วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่น่าสนใจแถมยังทำให้สินค้าของเราเป็นสินค้ายอดฮิต ยิ่งมีการจัดโปรโมชั่นรับรองได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างแน่นอน

3. แผนการตลาด

เราจะมีสินค้าที่ดีราคาถูกขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่มีใครรู้จัก ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ฉะนั้น ในการขายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์นั้นเราก็จะต้องวางแผนให้ดีจะขายอะไร โปรโมทสินค้าอะไร เพื่อให้มันดึงดูดต่อความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด จะปรับตัวสู้กับคู่แข่งขันได้อย่างไรบ้างเพื่อที่จะได้เอาชนะร้านอื่นๆ ที่กำลังขายสินค้าชนิดเดียวกัน

การวางแผนการตลาดต้องวาดภาพของเป้าหมายให้มีความชัดเจนให้ได้มากที่สุด มีขั้นตอนการจัดทำที่บรรลุเป้าหมาย เช่น เวลาที่เราเราเปิดขายผ่านทางช่องทางออนไลน์จะทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้จักได้มากยิ่งขึ้น การวางงบประมาณที่เหมาะสม และที่สำคัญมีการกำหนดเวลาเพื่อประเมินความคืบหน้าและปรับปรุงแผนการตลาดให้ออกมาดีที่สุด

5 กลยุทธ์ที่แม่ค้าออนไลน์ควรเลือกใช้ 03

4. ความอดทนและความมุ่งมั่นในการขายสินค้า

ถ้าหากเราอยากจะขายสินค้าให้ประสบความสำเร็จ เราก็จะต้องมีการลงทุนสักหน่อย แต่การลงทุนนั้นอันนี้จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสินค้าที่เราจะขายด้วย  ทุกคนก็มีความมุ่งมั่นที่จะหวังว่าขายให้ได้กำไรให้ได้มากที่สุด แต่บางคนเปิดธุรกิจได้ไม่กี่วัน ก็อยากจะได้เงินเร็วๆ จนในที่สุดก็หมดความอดทนเลยทำให้การขายของออนไลน์นั้นไม่ประสบความสำเร็จ ฉะนั้น ความอดทนนิแหละก็จะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่จะทำให้เรานั้นสามารถขายสินค้าได้เป็นอย่างดี ยิ่งเราอดทนได้มากเท่าไร ในการทำยอดขายของเราก็จะประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น

5. การบริหารเรื่องเวลา

ถ้าเราเตรียมตัวที่จะขายของออนไลน์ได้เป็นอย่างดี หรือ อาจจะคิดเป็นอาชีพหลักไปนั้น ถ้าเราวางแผนเวลาจัดสรรเวลาได้เป็นอย่างดีนั้น มันก็จะทำให้เราสามารถทำงานได้ทั้งสองรูปแบบทั้งงานประจำและงานขายสินค้าผ่านออนไลน์ทำให้เราได้รับรายได้ที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น และเวลาที่ลูกค้านั้นเข้ามาสอบถามหรือมีความอยากได้สินค้าเราก็จะต้องรีบปิดการขายให้ได้เร็วที่สุด ดังนั้นเวลานิแหละเป็นสิ่งสำคัญถ้าบริหารดี การขายสินค้าออนไลน์ของเราก็จะดีขึ้นไปด้วยทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเวลาเข้ามาซื้อสินค้าก็ไม่ได้รู้สึกโดนแม่ค้าหรือพ่อค้านั้นทิ้งไปก็ได้เช่นกัน

21 ส.ค.

การเลือกใช้ภาพสำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์

การออกแบบบรรจุภัณฑ์

กล่องกระดาษ หรืออะไรก็ตามแต่ เราก็จะต้องมีการใส่สีสัน ลวดลายต่างๆ เพื่อที่จะได้เพิ่มความโดดเด่นและได้สร้างการจดจำให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งในการเลือกใช้ภาพที่จะนำมาออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้น มันก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยในการสื่อความหมายต่างๆ และทำให้บรรจุภัณฑ์ของเรามันมีความน่าสนใจและความโดดเด่นที่ดีขึ้นเป็นอย่างมากด้วย สำหรับ การเลือกใช้รูปภาพเพื่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้น เราก็จะต้องเลือกใช้รูปแบบให้มันโอเคและลงตัวกับบรรจุภัณฑ์ของเราให้ได้มากที่สุด ซึ่งก็จะมีหลักการเลือกใช้รูปภาพดังต่อไปนี้

หลักการเลือกใช้รูปเพื่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์

1.  ต้องเลือกลักษณะของภาพให้มันมีความเหมาะสมกับสินค้าให้ได้มากที่สุด ถ้าหากเป็นสินค้าหรือขนามเด็กนั้น เราก็อาจจะมีการเลือกใช้ตัวการ์ตูนมาออกแบบเพื่อที่จะได้ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการ

2. มีการเลือกรูปภาพให้มันมีความสัมพันธ์กับรูปแบบของสื่อให้ได้มากที่สุด จะต้องตอบโจทย์กับวัตถุงประสงค์ในการนำเสนอสินค้าชนิดต่างๆ

3. เลือกรูปภาพที่มันคมชัด สีสันสวยสดใส เป็นรูปภาพที่เห็นแล้วรู้สึกประทับใจและชื่นชอบกันเป็นอย่างมากด้วย เพื่อที่จะได้ทำให้บรรจุภัณฑ์ของเรามันโดดเด่นเพิ่มมากยิ่งขึ้น

4. ไม่ควรที่จะเลือกใช้รูปภาพที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ สบายตา เช่น ภาพผีปีศาจ หรือ ภาพอุบัติเหตุที่อาจจะทำให้ผู้ที่เห็นนั้นรู้สึกไม่โอเค เพราะมันจะดูน่ากลัวจนทำให้ไม่มีความน่าสนใจและมีความโดดเด่น

5. เลือกใช้ภาพที่รู้สึกสบายตา สบายใจ เช่น ภาพวิวต่างๆ น้ำตก ลำธาร เมือง ทะเล และอื่นๆ อีกมามาย เพราะมันจะช่วยทำให้ลูกค้าเมื่อเห็นบรรจุภัณฑ์รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก ทำให้สบายตาจนและทำให้เกิดการอยากซื้อสินค้า

การเลือกใช้รูปภาพเพื่อการออกแบบ 02

อย่างไรก็ตามนั้นการเลือกใช้ภาพสำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้น เราก็จะต้องเลือกใช้ภาพที่ถูกกฎหมายด้วยไม่ควรที่จะไปขโมยภาพมาใช้งานโดยที่ไม่ได้รับอนุญาติในทางที่ดี ถ้าเรามีกล้องถ่ายรูป เราก็อาจจะไปถ่ายแล้วนำมาออกแบบก็ได้

แต่ถ้าเราไม่มี ก็อาจจะเลือกซื้อรูปภาพเพื่อนำมาใช้งาน หรือ อาจจะจ้างช่างภาพ เพื่อไปเก็บภาพที่เราอยากได้ แล้วนำมาใช้งาน เพื่อที่เราจะได้ใช้รูปภาพได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าจะโดนจับในเรื่องของการไม่ได้รับอนุญาติในการนำภาพมาใช้งาน ถ้าโดนเรื่องนี้มามันไม่สนุกเลยนะครับเพราะมันจะส่งผลกระทบที่อาจจะตามมาได้เยอะเป็นอย่างมากเช่นกัน

แนะนำ หากไม่อยากยุ่งยากในการออกแบบ สามารถให้ Printcafe ออกแบบพร้อมผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ ให้คุณได้ ราคาถูก การันตีผลงานมากกว่า 3,000 แบรนด์

19 ก.ค.

6 สัญญาณเตือนจากผิวว่าคุณกำลังจะแพ้ครีม

การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

ในปัจจุบันนี้นั้นเราก็จะเห็นได้ว่าตามห้างสรรพสินค้า ร้านขายยาต่างๆ ก็จะมีสกินแคร์ให้เราได้เลือกซื้อเลือกใช้กันมากมายหลากหลายแบรนด์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้มากมายหลากหลายยี่ห้อ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มาใหม่ และมีรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและมีความโดดเด่น ทำให้เราเลือกซื้อเลือกใช้กันอย่างง่ายดายในการเลือกซื้อครีมควรเลือกซื้อให้เหมาะสมกับผิวของเราให้ได้มากที่สุด

ควรที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีและมีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับหลายๆหน่วยงาน และที่สำคัญ เราต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำร้ายผิวหน้าของเรา ถ้าหากเราเลือกซื้อครีมที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อผิวของเราได้ เพราะตามข่าวในทุกวันนี้ที่เราเห็นกันมีครีมที่ไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่ายกันเยอะมาก

ฉะนั้นในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว ควรเลือกแบรนด์ยี่ห้อที่ดูน่าเชื่อถือด้วย เรามาเช็คกันดีกว่า ว่า 6 สัญญาณเตือนจากผิวว่าคุณกำลังจะแพ้ครีม รูปแบบต่างๆ นั้นมันจะมีอะไรกันบ้าง ถ้าหากเรามีปัญหาดังกล่าวนั้นเราจะสามารถที่จะหยุดใช้เครื่องสำอางค์ได้ทันที

6 สัญญาณเตือนจากผิวว่าคุณกำลังจะแพ้ครีม

1. ผิวหนังอักเสบ บวม แดง

ถ้าหากเรามีอาการรู้สึกว่าใบหน้าของเราบวม แดง รู้สึกแสบร้อน และมีอาการคันบริเวณใบหน้า ถ้าหากเกิดอาการเหล่านี้ควรหยุดใช้เครื่องสำอางค์ทันที เพราะบางคนอาจจะมีผิวที่แพ้ง่าย หรือไม่เหมาะสมกับการเลือกใช้ครีมและผลิตภัณฑ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ถ้าเราไม่รู้ว่าครีมที่เราเลือกซื้อมาใช้จริงๆ มันเหมาะสมกับเราหรือไม่ ก็อาจจะทดลองใช้กับใต้ท้องแขนของเราก่อนก็ได้

2.ระคายเคืองผิวหนัง

ถ้าหากเราเกิดตามอาการตามข้อแรกไปแล้วนั้น แล้วยังไม่หยุดใช้อีก ก็อาจจะทำให้หน้าของเราเกิดอาการระคายเคืองได้ กลายเป็นผื่นที่แพ้สัมผัส มีสิวอักเสบที่จะเกิดขึ้นบนหน้าอย่างมากมาย มีอาการคันบนใบหน้า บวม แดง หรือมีอาการอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นอีกด้วย แบบไม่หยุดยั้ง ถ้าหากเกิดอาการแบบนี้ควรหยุดใช้แบบจริงจังไปเลยไม่ต้องไปเสียดายเงินที่ซื้อมาใช้ เพราะถ้าหากหน้าของเราพังไปมากกว่านี้มันก็อาจจะเกิดความไม่คุ้มค่าก็ได้ ควรที่จะต้องรีบไปขอคำปรึกษาจากหมออย่างเร่งด่วน ถ้าหากปล่อยไว้ก็จะทำให้หน้าพังได้

3. แสบผิว

เมื่อเราใช้เครื่องสำอางค์ไปนานๆ แล้วนั้นแล้วรู้สกว่าร้อนผ่าวๆ ที่บริเวณทั่วใบหน้านั้น ยิ่งทาครีม หรือใช้เครื่องสำอางค์ ก็ยิ่งแสบผิว หรือไม่รู้สึกโอเคกับใบหน้าของเรา เบื้องต้นให้หยุดใช้ครีมชนิดนี้ไปก่อน แล้วนำน้ำเย็นมาชโลมบนใบหน้าของเรา หลังจากนั้นเมื่ออาการดีขึ้นก็ควรที่จะพบหมออย่างเร่งด่วนเพื่อที่จะได้ทำการรักษากันอย่างถูกวิธี อย่าปล่อยทิ้งไว้นะ เพราะมันอาจจะทวีคูณความรุนแรงหรือลุกลามก็ได้เช่นกัน

4. ผิวลอกเป็นขุย

เนื่องจากอาการแพ้ครีมนั้น ถ้าหากเรายังดื้อใช้อย่างต่อเนื่อง จะทำให้อาการแพ้ดังกล่าวขยับลุกลามมาถึงผิวหน้าลอกเป็นขุยได้เหมือนกัน อีกทั้งยังมีอาการบวมแดง อักเสบ คัน แสบร้อนใบหน้า มันก็บ่งบอกว่าให้เรารีบไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน และเราก็จะต้องปล่อยให้ใบหน้าของเราพักผ่อนบ้าง หยุดแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอีก เพราะอาจทำให้อาการแพ้นั้นลุกลามร้ายแรงทำให้หน้าของเราพังและไม่สามารถที่จะแก้ไขได้นั่นเอง

5. สิวอักเสบ

บางคนที่แพ้เครื่องสำอางนั้นก็จะมีอาการสิวอักเสบเกิดขึ้นบนใบหน้าได้เหมือนกัน การที่เป็นสิวอักเสบก็ถือเป็นอีกหนึ่งผลกระทบที่เกิดจากการแพ้เครื่องสำอางค์อย่างรุนแรง แนะนำควรที่จะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อที่จะต้องทำการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะมันอาจจะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงไปมากกว่านี้ บางคนหน้าก็พังไปแล้วก็มีเช่นกัน

6. อาการแพ้รุนแรง

อาเจียน หายใจไม่ออก ในบางรายที่มีอาการแพ้เครื่องสำอางค์อย่างรุนแรงนั้นก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดอาเจียน หายใจไม่ออก บางคนก็ถึงกับเสียชีวิตเลยก็มี ในการแพ้เครื่องสำอางค์ในลักษณะแบบนี้ก็จะพบไม่บ่อยนัก แต่เป็นสิ่งที่อันตรายเป็นอย่างมาก ถ้าหากเราใช้เครื่องสำอางค์แล้วเกิดมีอาการดังกล่าว ควรงรีบพบแพทย์อย่างเร่งด่วน เพราะถ้าเราปล่อยให้อาการมันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจจะส่งผลร้ายมาสู่ร่างกายของเราได้

6 สัญญาณเตือนจากผิวว่าคุณกำลังจะแพ้ครีม 02

Credit : Pinterest

สรุป

ทั้งหมดนี้ก็เป็นอาการเบื้องต้นสำหรับผู้ที่แพ้เครื่องสำอางค์ ถ้าข้อทั้งหมดที่เรากล่าวมานั้นแล้วใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการดังกล่าวก็ควรที่จะต้องหยุดใช้แล้วรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษากันอย่างเร่งด่วนด้วย ฉะนั้นก่อนที่เราจะใช้ครีมก็ควรที่จะต้องมีการทดสอบเครื่องสำอางค์ที่บริเวณท้องแขนก่อนซื้อ ถ้าหากมีอาการดังกล่าวทั้งหมดที่เรากล่าวมานั้นเราก็ควรที่จะต้องหยุดใช้หรือไม่ควรที่จะซื้อมาใช้เพราะมันจะส่งผลเสียต่อร่างกายของเราโดยตรงนั่นเอง